ลัทธิอำนาจนิยมในสถาบันครอบครัวชาวไทย

มีคำกล่าวอ้างถึงระบอบอำนาจนิยมอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการปกครอง หรือจะเป็นโครงสร้างย่อยของสังคม

อีกอย่างเช่น สถานที่ทำงานหรือโรงเรียน แต่น้อยคนนักที่จะเอ่ยถึงระบบอำนาจนิยมที่อยู่คู่กับชาวไทยมาช้านานในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับพวกเราที่สุด นั่นคือ สถาบันครอบครัว
ก่อนอื่นเลยเราจำต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอำนาจนิยมที่เอ๋ยถึงมีลักษณะแบบใดบ้าง ถึงประกอบทำขึ้นมาเป็นระบอบได้ ยกตัวอย่างคร่าวๆเป็น อำนาจนิยมชอบมีส่วนประกอบสำคัญๆอยู่ไม่กี่อย่างเป็น การรวมศูนย์อำนาจและก็การตัดสินใจรวมทั้งพิจรณาบทกำหนดโทษจากบรรทัดฐานผู้ดูแล (บิดาแม่ หรือผู้มีอำนาจในการดูแลเลี้ยงดูลูกหลานเนื่องจากระบบอำนาจนิยมนั้นชอบเห็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจเป็นเพียงแต่วัตถุหรือทรัพยากร ไม่ได้พิจณาจากบรรทัดฐานคุณธรรมโลกสมัยใหม่ที่ชื่อว่า สิทธิมนุษยชน
ยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งซึ่งได้มั่นใจว่ามีการสมาทานระบบอำนาจนิยมกับคนภายในครอบครัวเพื่อเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น ครอบครัว xxx มีนาย กรัม เป็นผู้นำครอบครัว ชอบผลักดันให้ลูกตั้งมั่นเรียนในวิชาที่ตัวเองนั้นเห็นว่าเป็นประโยชน์ในอนาคตสำหรับครอบครัว แต่ว่าไม่เคยแม้กระทั้งจะสอบถามความคิดเห็นหรือสิ่งที่จำเป็นของลูกตัวเองว่าเขาอยากได้ที่จะทำความเข้าใจในวิชานั้นๆใช่หรือไม่ ถ้าเกิดมีการต่อต้านหรือไม่ทำตามที่นาย ก. ต้องการ มักจะมีข้อบัญญัติโทษตามมาในกรณีดังกล่าว โดยกรอบของความพึงพอใจเป็นใช้บรรทัดฐานด้านศีลธรรมส่วนตัวของนาย กรัม เป็นตัวระบุทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ประโยชน์ของวิชาที่บังคับให้ลูกเรียน หรือทัศนคติที่มาจากความคิดเกี่ยวกับความสำเร็จต่างๆในชีวิตของนาย ก. ทั้งสิ้น ล้วนเป็น Normal (บรรทัดฐานที่ใช้ระบุแนวทางของสถาบันครอบครัว ฯลฯ
จากการยกตัวอย่างดังกล่าว พวกเราจะเห็นได้ว่า ลักษณะสำคัญของระบบอำนาจนิยมเป็น การรวมศูนย์อำนาจและก็การตัดสินใจ ข้อบัญญัติโทษต่อผู้ใต้อำนาจที่มีการฝืนบรรทัดฐานทางศีลธรรมที่ตั้งไว้ สาเหตุหลายอย่างที่ประกอบทำขึ้นมาสามารถนำไปพิจรณาได้กับทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตพวกเรา ถ้าหากคนอ่านเป็นผู้ที่มั่นใจว่า ความตั้งใจเสรี (Free will) นั้นมีจริง ควรมีความกล้าหาญเป็นอย่างมากที่จะต้านทานแบบอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นการริดรอนสิทธิอันยุติธรรมในฐานะมนุษย์คนนึง ไม่ใช่วัตถุหรือทรัพยากรที่ถูกระบุคุณประโยชน์ให้เป็นไปตามคนที่มีอำนาจต้องการให้เป็น
สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่มนุษย์ได้เกิด ได้รับประสบการณ์ประกอบสร้างทัศนคติมากยิ่งกว่าเดิมลายเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของสังคม แล้วก็สังคมใดก็ตามที่เผชิญกับปัญหาเชิงส่วนประกอบ ก็เลยจะต้องกลับมาดูที่จุดเริ่มแรกแรกสุดเพื่อจะได้แลเห็นปัญหาโน่นเป็น สถาบันครอบครัว เพราะเหตุว่าครอบครัวเป็นจุดเริ่มแรกทัศนคติต่างๆที่กลายเป็นผลึกมาจากประสบการณ์ทั้งหลายแหล่ในชีวิตนั่นเอง
ถ้าเกิดครอบครัวใดใช้ระบบอำนาจนิยมสำหรับเพื่อการดูแล ก็จะแปลงเป็นการสร้างซ้ำผลลัพท์ของระบบอำนาจนิยมสู่สังคมเยอะขึ้น สังคมก็จะมีบุคคลที่นิยมเผด็จการ ตัดรอนสิทธิรวมทั้งความอิสระของคนอื่น ทั้งยังทางตรงและก็ทางอ้อมมากขึ้นไปอีก แล้วก็โน่นเป็นปัญหาหลักของสภาพสังคมที่พวกเราพบเจอในช่วงนี้นั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *